วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ประวัติของ / วิวัฒนาการของ CPU ( Intel)

วิวัฒนาการของ Intel



เป็น บริษัทผู้ผลิตซีพียูที่เก่าแก่และมีการพัฒนา มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ซีพียู 8086 , 8088 และซีพียูในตระกูล 80x86 เรื่อยมา จนมาถึง Celeron , Pentium II และ III ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนั้น ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ยุค Celeron II, Pentium 4 และ Pentium 4 Extreme Edition ที่ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้อย่างกว้างขวาง เรื่อยมาจนมาถึงยุคของ Celeron D และ Pentium 4 ภายใต้รหัส Processor Number ใหม่ รวมไปถึงซีพียูในกลุ่ม Dual และ Quad-Core อย่าง Pentium D , Pentium Dual-Core, Pentium Extreme Edition , Core Duo, Core 2 Duo, Core 2 Quad และ Core 2 Extreme ที่ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของยุคซีพียูในแบบ Dual & Multi-Core บนเครื่องซีพีที่ใช้กันอยู่แพร่หลายในปัจจุบัน รวมทั้งซีพียูบนโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมแบบใหม่อย่าง Nehalem ที่จะมาพร้อมกันแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า Core i7 เป็นต้น
หลังจากที่ Intel ออกCPU สำหรับอุปกรณ์พกพาในชื่อว่า Atom ไปเรียบร้อยแล้วนั้น กระแสก็ออกมาแรงเห็นๆ ทั้งกลุ่มผู้ผลิตมากมายก็เจาะตลาดขาย Netbook กันอย่างล้นหลาม Intel นั้นมีตำนานในการผลิต Microprocessor ตั้งแต่ใช้ในเครื่องคิดเลข และพัฒนาต่อยอดขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งทำให้เห็นว่าศักยภาพของการพัฒนาที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั้น ทำให้เราได้ใช้เทคโนโลยีอย่างไร้ขีดจำกัด อยู่ที่ว่าเงินในกระเป๋าเราจะมีแค่ไหน ที่นี่เรามาย้อนดูวิวัฒนาการตั้งแต่ ปี 1971 จนถึงปัจจุบันกัน

1971 : 4004 Microprocessor รุ่นแรกของ Intel ใช้งานในเครื่องคิดเลข

1972 : 8008 Microprocessor รุ่นที่พัฒนาต่อมา ใช้งานแบบ "TV typewriter" กับ dump terminal

1974 : 8080 Microprocessor รุ่นนี้เป็นการใช้งานแบบ Personal Computer รุ่นแรก ๆ

1978 : 8086-8088 Microprocessor หรือรุ่น XT ยังเป็นแบบ 8 bit เป็น PC ที่เริ่มใช้งานจริงจัง

1982 : 80286 Microprocessor หรือรุ่น AT 16 bit เริ่มเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานแพร่หลายกันแล้ว

1985 : 80386 Microprocessor เริ่มเป็น CPU 32 bit และสามารถทำงานแบบ Multitasking ได้

1989 : 80486 Microprocessor เข้าสู่ยุคของการใช้จอสี และมีการติดตั้ง Math-Coprocessor ในตัว

รุ่นแรกๆ ทาง Intel ใช้ชื่อรุ่นเป็นรุ่นของ CPU นั้นๆเลยจึงเกิดการเลียนแบบเทคโนโลยีกันขึ้นโดยค่ายอื่นได้ผลิตเทคโนโลยีตาม หลังIntelมาเรื่อยๆ ต่อมาทาง Intel ได้ใช้ชื่อ Pentium แทน 80486 เนื่องจากการที่ ชื่อสินค้าที่เป็นตัวเลขกฏหมายไม่ยอมให้จดลิขสิทธิ์ จึงเป็นที่มาของชื่อ Platform ต่างๆ

1993 : Pentium Processor ยุคแรกที่ Intel ใช้ชื่อว่า Pentium

1995 : Pentium Pro Processor สำหรับเครื่อง Server และ Work Station โดยต่อมาได้ผลิต
          เทคโนโลยี MMX และทำเป็น Intel MMX


1997 : Pentium II Processor รวมเ Technology ของ Pentium Pro คือ มี cache ระดับ 2 รวมอยู่บน
          package เดียวกับ CPU กับ Technology MMX ไว้ด้วยกัน แล้วทำการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง  
          ภายใน 1998 : Pentium II Xeon(TM) Processor สำหรับ Server และ Work Station 

      
1999 : Celeron(TM) Processor สำหรับตลาดระดับล่างของ Intelที่ตัดความสามารถบางส่วนออก      
          เพื่อลดต้นทุนการผลิต และ สามารถขายได้ในราคาที่ถูกกว่า Pentium II มากแต่ถึงแม้ Celeron 
         ที่ออกมานั้น จะใช้ในงานด้าน เล่นเกมส์ได้ดี แต่กลับงานประเภท office application กลับทำได้  
          แย่กว่า หรือพอพอกับ Pentium MMX



1999 : Pentium III Processor เพิ่มชุดคำสั่งที่ช่วยประมวลผลในด้านต่างๆไปใหม่ ในลักษณะของ MMX
         
1999 : Pentium III Xeon(TM) Processor สำหรับ Server และ Work Station

2001 : Pentium 4 Processor มีเทคโนโลยี HT ทำให้การใช้งานทีละหลายโปรแกรมได้ดีขึ้น

2003 : Pentium M ส่วนใหญ่ใช้ใน mobile technology เนื่องจากใช้กำลังไฟฟ้าน้อย

2005 : Pentium D มีการใช้สถาปัตยกรรมแบบ Multi-core เพิ่มเข้ามาโดยมี2 coreแต่ละ core จะเป็น
          อิสระต่อกัน

2006 : Intel Core duo นี่แหละครับพระเอกของเรา ต่างกับ Pentium Dตรงที่มีการแชร์2 coreด้วยกัน  
          (dual core)


2006 : Intel Core 2 Duo รองรับชุดคำสั่ง 64 bit และยังประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วย

2006 : Intel Core 2 Extreme QX6700 คือ มี 4 core
2006 : Yorkfield คือ 8 core

(Moore's Law) คือ

กฎของมัวร์ (Moore's Law)

 หากกฎของมัวร์เป็นจริงคอมพิวเตอร์จากอดีตสู่ปัจจุบันจะก้าวไป อย่างไรในปี พ.ศ. 2490 วิลเลียมชอคเลย์และกลุ่มเพื่อนนักวิจัยที่สถาบัน เบลแล็ป ได้คิดค้นสิ่งที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อชาวโลกมาก เป็นการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ยุคอิเล็กทรอนิคส์ที่เรียกว่า โซลิดสเตทเขาได้ตั้งชื่อสิ่งทีประดิษฐ์ขึ้นมาว่า "ทรานซิสเตอร์" แนวคิดในขณะนั้นต้องการควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า ซึ่งสามารถทำได้ดีด้วยหลอดสูญญากาศแต่หลอดมี ขนาดใหญ่เทอะทะใช้กำลังงานไฟฟ้ามากทรานซิสเตอร์จึงเป็นอุปกรณ์ที่นำมาแทน หลอดสูญญากาศได้เป็นอย่างดีทำให้เกิดอุตสาหกรรมสาร กึ่งตัวนำตามมา และก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ
พ.ศ. 2508 อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์สารกึ่งตัวได้แพร่หลาย มีบริษัทผู้ผลิตทรานซิสเตอร์จำนวนมากการประยุกต์ใช้งานวงจร อิเล็กทรอนิกส์  กว้างขวางขึ้น มีการนำมาใช้ในเครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ของใช้ในบ้าน จึงถึงในโรงงานอุตสาหกรรม
กอร์ดอน มัวร์ (Gordon E. Moore)ผู้อำนวยการวิจัยและพัฒนาของบริษัทแฟร์ซายด์เซมิคอนดัคเตอร์เป็นผู้ อยู่ในวงการวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ และการค้นคว้า ทางด้านสารกึ่งตัวนำ ต่อมาเขาได้เป็นผู้บุกเบิกและร่วมสร้างบริษัทอินเทลจนมีชื่อเสียงโด่งดังและ ประสบผลสำเร็จ การผลิตและการค้นคว้าทางด้านสารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ของแฟร์ซายด์จะอยู่ในการ ดำเนินการของมัวร์เขาได้คลุกคลีกับเทคโนโลยีมาอย่าง ต่อเนื่อง และยาวนานจากการสังเกตและคาด คะเน แนวโน้มทางเทคโนโนโลยีของมัวร์ในที่สุดเขาได้ตั้งกฎของมัวร์ (Moore's Law) จนเป็นที่ยอมรับ และทำให้การคาดคะเนอนาคตได้ใกล้เคียง ความเป็นจริง
  ทฤษฎีของมัวร์ได้กล่าวไว้ว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความซับซ้อนของ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอรืทำให้สามารถ ผลิต     ไอซีที่มี ความหนาแน่นไดด้เป็นสองเท่าทุก ๆ ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เขาได้ทำการพล็อตกราฟแบบสเกลล็อกให้ดูจากอดีตและพบว่าเป็นเช่นนั้นจริง นอกจากนี้ความก้าวหน้าอื่น ๆ อีกหลายอย่างก็เป็นไปตามกฎของมัวร์ด้วยเช่นกัน
การสร้างทรานซิสเตอร์มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง บริษัท แฟร์ซายด์ เซมิคอนดัคเตอร์เป็นบริษัทแรกที่เริ่มใช้เทคโนโลยีการผลิต ทรานซิสเตอร์แบบ    planar หรือเจือสารเข้าทางแนวราบ เทคโนโลยีนี้เป็นต้นแบบของการสร้างไอซีในเวลาต่อมา จากหลักฐานที่กล่าวอ้างไว้พบว่า บริษัทแฟร์ซายด์ได้ผลิตพลาน่าทรานซิสเตอร์ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2502 และบริษัทเท็กซัสอินสตรูเมนต์ได้ผลิตไอซีได้ในเวลาต่อมา และกอร์ดอนมัวร์ก็ได้กล่าวไว้ว่า จุดเริ่มต้นของกฎของมัวร์เริ่มต้นจากการเริ่มมีพลาน่าทรานซิสเตอร์

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การแทนข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์

ARTHITIYA   MAHALAPBUTR


                    ASCII         มีค่าในฐาน 16
A            0100 0001           41
R            0101 0010           52
T            0101 0100           54
H            0100 1000           48
I             0100 1001           49
T            0101 0100           54
I             0100 1001          49
Y           0101 1001           59
A           0100 0001           41


M          0100 1101          4D
A           0100 0001          41
H           0100 1000          48
A           0100 0001           41
L           0100 1100           4C
A           0100 0001           41
P           0101 0000           50
B           0100 0010            42
U           0101 0101            55
T            0101 0100           54
R           0101 0010            52

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เทคโนโลยีสมัยใหม่

 iPod touch

iPod touch ได้ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ของiPod ทั้งหมดที่มีมา ด้วยคุณสมบัติหน้าจอสัมผัส multi-touch ด้วยการฟังเพลง ดูภาพถ่ายและวีดีโอ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสของคุณเอง  และน่าตื่นตาตื่นใจกับโปรแกรมอัตโนมัติของการฟังเพลง เพียงแค่คุณเอียงหน้าจอของ iPod touch ขณะอยู่ในโหมดฟังเพลงอยู่นั้น ให้เป็นแนวนอน iPod touch ก็จะเข้าฟังก์ชั่น Cover Flow ให้โดยอัตโนมัติ ให้คุณใช้ปลายนิ้วพลิกเลือกปกอัลบัมของเพลงที่คุณต้องการฟังได้ทันที  นอกจากนั้น iPod touch เป็น iPod รุ่นเดียวเท่านั้น ที่มี Wi-Fi Antenna ทำให้คุณสามารถออนไลน์ ท่องอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายได้อย่างง่ายดาย
คุณจะสามารถใช้ browser อย่าง Safari , Google Search  หรือ  Yahoo!  และคุณยังสามารถบันทึกข้อมูลจากอินเตอร์เน็ทที่คุณต้องการจะเก็บได้อีกด้วย
iPod touch 8GB บันทึกเพลงได้ถึง  1,750 เพลง  / ภาพถ่าย 10,000 ภาพ  playback video ได้นานกว่า 10 ชั่วโมง  สีดำ หน้าจอ 3.5 นิ้ว multi-touch และ Wi-Fi (802.11b/g)  ราคา คือ 12,990 บาท
iPod touch 16GB บันทึกเพลงได้ถึง  3,500 เพลง  / ภาพถ่าย 20,000 ภาพ  playback video ได้นานกว่า 20 ชั่วโมง  สีดำ หน้าจอ 3.5 นิ้ว multi-touch และ Wi-Fi (802.11b/g)  ราคา คือ 16,690 บาท

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สวัสดีค่ะ

สวัสดีค่ะ ชื่อ น.ส.อาทิติยา มหาลาภบุตร ชื่อเล่น จูน
อายุ 19 ปี ห้อง คพธ.542 เลขที่ 52 จ้า..

Hello..Every one
My name is Arthitiya  Mahalapburt
My nickname is June
I'm study Business Computer in Faculty of Management Science at PKRU.